อ่านโจ๊กโอเปร่าเกี่ยวกับเรื่องที่มีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จัดมุมไว้สำหรับคุณสามี ที่ต้องติดตามคุณภรรยาไปช็อปปิ้ง มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ตามสมควรไว้แก้เบื่อ แก้เซ็ง ซึ่งว่ากันว่าแฮปปี้เอนจอยกันทั้งสองฝ่าย ภรรยาก็วางใจว่าสามีจะไม่ไปเล่นหูเล่นตากับพีซี ส่วนสามีก็จะได้ไม่ต้องเดินทำหน้าเมื่อยตามต้อยๆ ให้ภรรยาหงุดหงิดใจ


ความรู้สึกแรกก็เออขำๆ แต่ความรู้สึกที่ตามมาทีหลังเนี่ยดิที่มันยังตกค้างในใจ เพราะรู้สึกว่ายิ่งตัวเลข

พ.ศ. เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ คนเรามักเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหามากขึ้นเท่านั้น แต่ความน่ากลัวของมันไม่ใช่เพราะเราหลีกเลี่ยงปัญหาคอขาดบาดตาย แต่แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเลี่ยงได้ก็อยากจะเลี่ยง

 

เทรนด์ของสังคมในช่วงหนึ่ง เป็นช่วงที่ครอบครัวใหญ่ถูกทำให้มองว่ากลายเป็นสิ่งเทอะทะ ทุกคนเฝ้าถวิลหาแต่การมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีครอบครัวเดี่ยว แม้แต่ที่บ้านของฉันเองก็ตาม เราสามารถหลีกหนีความวุ่นวายใจง่ายๆ ด้วยการขึ้นห้องแล้วล็อกประตูซะ ไม่นานเครื่องอำนวยความบันเทิงทั้งหลาย แค่เคยมีแค่เพียง 1 ชุดภายในบ้าน ก็มีประจำอยู่ในทุกห้อง เราเลือกคุยเฉพาะกับคนที่อยากคุย เลือกดูเฉพาะในสิ่งที่อยากดู เสียงภายนอกที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี เราก็มีหูฟังไอพอดช่วย    

 

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันนั่งขบคิดเรื่องบางเรื่องอยู่นาน เรื่องที่ว่าก็คือ อยู่ๆ รอบตัวเราไม่ได้มีแต่คนที่เป็นเบาหวานซะแล้ว ยังมีเด็กออทิสติกที่นับวันก็ยิ่งพบเห็นได้ง่าย เด็กออทิสติกที่ความพิการแทบจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า สิ่งที่เด็กพวกนี้เป็นเหมือนๆ กัน นั่นคือความบกพร่องในด้านการสื่อสาร จะด้วยความฟุ้งซ่านหรือการเป็นเด็กเรียนวิทยาศาสตร์แบบครึ่งๆ กลางๆ ก็ตามที ฉันรู้สึกว่า มันน่าจะมีอะไรบางอย่างที่แอบแฝงและค่อยๆ แปรเปลี่ยนโครโมโซมของเรา ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ฉันคิดว่าคนเรากำลังจะกลายพันธุ์


ถ้าใครเป็นแฟนหนังสือการ์ตูนโดราเอมอน น่าจะจำภาพพ่อของโนบีตะที่นั่งหัวโตแต่แขนขาลีบได้ เป็นมุกขำๆ ที่เกิดจากการใช้เครื่องอำนวยความสะดวกมากเกินไป จนอวัยวะที่ไม่ได้ใช้ฝ่อไปตามกาลเวลา เพียงแต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เราใช้น้อยลงไม่ใช่แขนขา แต่ว่าเป็นสมองในส่วนของการสื่อสาร เราหลีกเลี่ยงปัญหาทำให้เราขาดทักษะในเรื่องการอดทนอดกลั้น ขาดทักษะในการแก้ปัญหา ขาดวุฒิภาวะ ขาดวินัย 


เด็กพวกนั้นไม่ได้เป็นออทิสติก เพราะเค้ามีโลกส่วนตัวที่เลือกจะสื่อสารหรือไม่สื่อสารกับใครก็ได้ตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว เราต่างหากที่เป็นออทิสติก เราต่างหากที่บกพร่องในการสื่อสาร บกพร่องในการที่จะเข้าถึงในโลกส่วนตัวของเค้า แต่นั่นก็ไม่แย่เท่ากับที่เราไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังบกพร่องอยู่

 

เมื่อแค่ผีเสื้อขยับปีกยังทำให้สะเทือนไปถึงดวงดาว การแก้ปัญหาเก่าโดยไม่เกิดปัญหาใหม่ ฉันคิดว่า น่าจะเป็นการรับรู้ถึงปัญหาภายนอก แต่เลือกที่จะแก้ปัญหาที่อยู่ภายใน เลือกที่จะแก้ที่หัวใจของเรา

 

เรื่องงี่เง่าประจำวันนี้ : เอาภาพลงบลอกไม่ได้!!! ป่อย!!!

 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile
...
อ่ะนะ
เปลี่ยนตัวเองเป็นออทิสติกซะงั้น...
แต่อย่างน้อยคุณก็เป็นคนที่รู้จักเอาใจเขา
มาใส่ใจเรา...
open-mounthed smile

#3 By ♥ ช้างต้น on 2007-12-02 16:37

เปลี่ยนแปลงโครโมโซม!!!
.
.
ความผิดเพื้ยน, บิดเบี้ยวของมนุษย์ที่เราพบเจอมากขึ้นทุกวัน
ถ้าเกิดจากสิ่งที่ จขบ.กำลังกลัว
โลกของเราคงมีเรื่องน่าตื่นตระหนก
อีกหลายเรื่องทีเดียว !
กลัวววววววว...

ก่อนหน้านี้
หนูก็คงเป็นคนหนึ่งที่โหยหา "พื้นที่ส่วนตัว"
แต่ต่อมา...ต่อมา...
ก็เหมือนกับพระเจ้าจะประทานบทสั่งสอน
ให้ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวเยอะแยะเต็มไปหมด
คำที่เวลาใช้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ก็มักจะมีแค่ ฉัน เธอ
หรือถ้าจะใช้คำว่าเรา ถ้าไม่แปลว่าฉันคนเดียว
ก็มักจะแปลว่าฉันกับเธอ แค่นั้นเอง

พอมีพื้นที่ส่วนตัวมากๆ เข้า
มันก็โหยหาพื้นที่ส่วนรวม
แต่พอมีพื้นที่ส่วนรวมมากๆ เข้า
เราก็โหยหาพื้นที่ส่วนตัว

อย่างนี้ เราคงต้องหา "พื้นที่ตรงกลาง"
ของเราเองให้เจอ ใช่ไหมพี่แหม่ม
พื้นที่ตรงกลาง ที่เรายังมีความเป็นส่วนตัว
หากขณะเดียวกัน ก็ไม่ใช่ไม่รู้จักอยู่ร่วมกับคนอื่นเอาซะเลย


พอและ
เดี๋ยวจะคอมเม้นท์ยาวกว่าที่เคยเขียนบล็อก

จากหนูเอง
ผู้ค้นพบความบกพร่องบางอย่างในหัวใจตัวเอง
แต่ก็ยินดีที่จะน้อมยอมรับมัน
Hot!

Code Here.